เมนูหลัก

เกี่ยวกับตำบล - สถานที่สำคัญ

  • วัดป่าสระแก้ว

    ชื่อสถานที่ : วัดป่าสระแก้ว

    ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บ้านนาน้ำโครม หมู่ที่ 5 ตำบลนาสนุ่น อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

    ข้อมูล :ประวัติความเป็นมาวัดป่าสระแก้ว วัดป่าสระแก้ว เริ่มดำเนินการสร้างเป็นสำนักสงฆ์เมื่อปี พ.ศ.2512 โดยผู้มีจิตศรัทธาได้ถวายเนื้อที่จำนวน 160 ไร่ ในสมัยนั้นมีหลวงพ่อฉาว มุตตจิตโต เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกและเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ.2528 ซึ่งหลวงพ่อฉาวท่านได้พำนักอยู่เป็นระยะเวลาถึง 16 ปี เมื่อปี พ.ศ.2528 ท่านหลวงพ่อฉาวได้ไปสร้างวัดใหม่ จึงปล่อยวัดป่าสระแก้ว เงียบเหงาไประยะหนึ่ง ต่อมาพระอาจารณ์เจน ปัณจิโต ได้เข้ามาบูรณะ เมื่อปี พ.ศ. 2531 และท่านได้ดำเนินการขออนุญาตสร้างวัด เมื่อปี พ.ศ.2534 และได้รับอนุมัติเป็นทางการอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติ โดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2536 วัดป่าสระแก้วตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ และห่างจากอำเภอศรีเทพเป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร เดิมทีวัดป่าสระแก้วเป็นที่ว่างเป่าเป็นป่าธรรมชาติพร้อมกับพื้นที่แถบนี้มีลักษณะเป็นเนินเตี้ยๆ และประกอบกับสถานที่เดิมเป็นโบราณสถานเก่าแก่อายุราว 2,000 กว่าปี ในที่แห่งนี้มีปรางฤาษี 2 องค์ แต่องค์หนึ่งได้หักพังไปเสียก่อน แต่ยังคงเหลืออีกองค์หนึ่งโดยทางสำนักโบราณคดีและสำนักพระราชวังได้สันนิษฐานว่าควรจะชื่อ พระปรางค์ฤาษี จึงเรียกขานต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2534 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตร พร้อมกันนั้นทางวัดป่าสระแก้วยังรักษาธรรมชาติ และปลูกป่าเสริมทั้งอนุรักษ์สัตว์ป่านานาชนิด ที่มาอาศัยอยู่ในบริเวณวัดทั้งหมดมีรั้วลวดหนามล้อมรอบอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในสมัยแรกเริ่มมีเจ้าอาวาสหลวงพ่อฉาว มุตตจิตโต เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก เป็นผู้ริเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ท่านได้พาญาตโยมดำเนินการสร้าง เสนาสนะ วัตถุถาวรอาทิเช่น ศาลาหอฉัน อยู่ที่เดิมที่ปรางค์ฤาษี กุฏิพระ เณร กุฏิพราหมณ์ พร้อมทั้งสระน้ำนอกวัดและในวัดกับทั้งได้สร้างถนนเข้าหมู่บ้านนาน้ำโครม และบ้านสระปรือ ให้ไปเชื่อมกับถนนทางหลวงและท่านได้ไปสร้างวัดใหม่และออกจากวัดป่าสระแก้วเมื่อปี พ.ศ.2528 เมื่อปี พ.ศ.2531 พระอาจารน์เจน ปัณจิโต ได้เข้ามาบูรณะและดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดและได้รับอนุมัติเป็นทางการทางการที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติโดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2536 และขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ได้รับพระราชทานวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2546 และเมื่อได้รับตราตั้งแล้ว พระอาจารย์เจนพร้อมพระเณรและญาตโยมก็ได้เริ่มสร้างศาลาการเปรียญ ขุดลอกสระน้ำพร้อมกุฏิ และซ่อมแซมของเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมตามกำลังที่พอทำได้ โดยจากศรัทธาญาตโยมจากการถวายปัจจัยไทยทานก็ตามมาจัดสร้างตามมีตามฐานะของวัดป่า พำราะสายวัดป่าเน้นความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายไม่ฟุ่มเฟือยเกินกว่าเหตุ ดังนั้นเมื่อมีผู้คนเข้ามาในสถานนี้ ส่วนมากจะมองเห็นป่ามากกว่าวัตถุเพราะเป็นสถานที่บำเพ็ญภาวนาของพระภิกษุ สามเณร เป็นสถานที่อันร่มรื่นพอใช้ได้ ดังนั้น ป่าจึงมีความจำเป็นกับพระพรรมฐาน สาเหตุที่ตั้งชื่อวัดป่าสระแก้ว เพราะว่าในพื้นที่แห่งนี้มีสระแก้วโบราณอยู่ทางทิศใต้ของวัดของวัด ดังนั้นจึงเอานามสระแก้วสระโบราณ 2,000 กว่าปีให้สอดคล้องกัน เพราะว่าสระแก้วนี้เป็นสระคู่บ้านคู่เมืองศรีเทพ เป็นสระที่ใหญ่มากและชาวบ้านแถบนี้เรียกขานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ.2539 พระอาจารย์เจน ปัณจิโต ได้ริเริ่มสร้างวิหารสองชั้น ชั้นบนเป็นที่ทำวัตรสวดมนต์ ภาวนาและทำสังฆกรรมของพระภิกษุ เช่น บวชนาค ทำอุโบสถสวดปาฏิโมกข์ เป็นต้น ส่วนชั้นล่าง นั้นเป็นหอฉันท์ของพระภิกษุสามเณร และเป็นที่รับประทานอาหารของญาติโยมที่มาทำบุญได้สร้างวัด แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2546 งบก่อสร้างทั้งสิ้น 20 ล้านบาท ทำการฉลองในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551 มีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบศาสนกิจ ทรงตัดลูกหวาย ลูกนิมิตและทรงทอดผ้าพระกฐินสภากาชาดไทยประจำปี พ.ศ.2551 อีกด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งหาที่สุดมิได้

     

    คลิกอ่านเพิ่มเติม

  • กลับหน้ารวม สถานที่สำคัญ


0.04s. 0.75MB